การแข่งขันเดินป่าไร้ร่องรอย “ผู้เก็บเกี่ยวแสงแห่งภูเขาเขียว”

เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แนวคิดการสร้างมูลค่าจากของเหลือใช้ให้เป็นศูนย์ได้ค่อยๆ กลายเป็นฉันทามติของสังคม เพื่อตอบสนองต่อกระแสดังกล่าว และยกระดับจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมตลอดจนความสามารถในการลงมือปฏิบัติของพนักงานในบริษัท เราจึงได้จัดกิจกรรมการเดินป่าแบบไร้ร่องรอย “ผู้เก็บเกี่ยวแสงแห่งภูเขาเขียว” ขึ้นมาเป็นพิเศษ


เมื่อชีวิตที่เร่งรีบถาโถมเข้ามา ขณะที่หน้าจออิเล็กทรอนิกส์ทำให้เส้นขอบของฤดูกาลเลือนรางลง กลุ่มคนผู้หลงใหลในขุนเขาและป่าไม้จึงตัดสินใจกลับคืนสู่ธรรมชาติด้วยวิธีที่อ่อนโยนที่สุด—ใช้ฝีเท้าวัดพื้นแผ่นดิน สัมผัสการเติบโตของพืชพรรณผ่านลมหายใจ และปกป้องความงามของระบบนิเวศด้วยการลงมือปฏิบัติ ด้วยเหตุนี้ การแข่งขันเดินป่าไร้ร่องรอย “ผู้เก็บเกี่ยวแสงแห่งขุนเขา” จึงถือกำเนิดขึ้น งานวิ่งครั้งนี้ซึ่งยึดถือแนวคิดหลักว่า “ไร้ร่องรอย ครบครันประสบการณ์” ไม่เพียงเป็นการประลองกำลังกายและจิตใจเท่านั้น หากยังเป็นกิจกรรมสีเขียวที่แสดงความเคารพต่อธรรมชาติอีกด้วย ผู้เข้าร่วมจะสวมบทบาทเป็น “ผู้เก็บเกี่ยวแสง” ทิ้งรอยเท้าไว้ตามขุนเขาและสายน้ำ แต่ไม่ได้พากลับไปแม้แต่เศษเมฆ เพียงแต่เก็บเอาความเคารพและความรักที่มีต่อธรรมชาติไว้ในหัวใจ

ในวันแข่งขัน แสงแดดส่องลอดผ่านยอดไม้เป็นเงาสลับซับซ้อน นักกีฬาแต่ละคนสวมชุดอุปกรณ์ที่เบาสบาย พร้อมด้วยความเคารพต่อธรรมชาติในหัวใจ ก้าวเดินบนเส้นทางเดินป่าที่เต็มไปด้วยความท้าทายและเรื่องน่าประหลาดใจ พวกเขาถือถุงผ้ารักษ์โลก ระหว่างทางเก็บขยะไปเรื่อยๆ พร้อมทั้งลงมือปฏิบัติจริงตามแนวคิดการลดขยะเป็นศูนย์ ทำให้ทุกก้าวเดินกลายเป็นการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างอ่อนโยน

       

แม้ว่าเส้นทางใต้ฝ่าเท้าจะขรุขระไม่ราบเรียบ บางช่วงต้องปีนป่ายขึ้นบันไดหินสูงชัน บางครั้งก็ต้องฝ่าพุ่มไม้หนาทึบ แต่หัวใจของทุกคนกลับผูกพันแน่นแฟ้น โอบล้อมด้วยกำลังใจและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน เมื่อใดที่ใครสักคนเหนื่อยล้าจนชะงักงัน ก็มักมีเพื่อนร่วมทางยื่นมือเข้ามาช่วย บ้างก็ปลอบโยนด้วยถ้อยคำอันอบอุ่น บ้างก็แตะไหล่เบาๆ ส่งผ่านกำลังใจอันไร้คำพูด จิตวิญญาณแห่งความสามัคคีและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นี้ ทำให้ความยากลำบากทุกประการดูจะผ่านพ้นไปได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ทิวทัศน์กลางขุนเขาช่างงดงามเกินบรรยาย ต้นไม้เขียวขจีทอดร่มเงา นกร้องเพลง ดอกไม้ส่งกลิ่นหอม สร้างบรรยากาศอันแสนสบายและเปี่ยมสุขให้แก่การเดินป่าครั้งนี้ ทุกคนต่างหยุดพักเป็นระยะ เพื่อชื่นชมธรรมชาติรอบตัว หรือบันทึกภาพแห่งช่วงเวลาอันน่าจดจำไว้ในกล้องถ่ายรูป และท่ามกลางเสียงหัวเราะสนุกสนานเหล่านั้น บางครั้งก็แว่วไกลๆ มาถึงเสียงนกร้องในขุนเขา เสียงอันใสกังวานไพเราะนั้น ราวกับบทเพลงสรรเสริญที่ธรรมชาติบรรเลงให้แก่คณะนักเดินป่าผู้กล้าหาญเหล่านี้ เสียงหัวเราะและเสียงนกร้องประสานกัน เป็นบทเพลงอันกลมกลืนและงดงาม ดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา ทำให้ผู้คนรู้สึกเบิกบานโล่งโปร่ง ลืมความเหนื่อยล้าและความยากลำบากของการเดินทางไปโดยสิ้นเชิง

เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง ใบหน้าของ “นักเก็บแสง” ทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความพึงพอใจและความภาคภูมิใจ พวกเขาไม่เพียงแต่ได้พิชิตความท้าทายของตนเอง แต่ยังได้รับความเข้าใจและรักในธรรมชาติอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น หลังจบกิจกรรม ทุกคนต่างมานั่งล้อมวงแลกเปลี่ยนเรื่องราวและข้อคิดจากการเดินป่า พร้อมทั้งกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าจะนำแนวคิดด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และกลายเป็นผู้สนับสนุนตลอดจนผู้ลงมือปฏิบัติเพื่อวิถีชีวิตสีเขียว การแข่งขันเดินป่าไร้ร่องรอย “นักเก็บแสงแห่งขุนเขาเขียว” ในครั้งนี้ มิใช่เพียงการเดินทางของร่างกาย หากยังเป็นการชำระล้างจิตใจ ให้ผู้เข้าร่วมได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ พร้อมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง ทั้งยังปลุกเร้าให้ทุกคนมีความกระตือรือร้นและมุ่งมั่นในการร่วมกันปกป้องบ้านเกิดของพวกเราบนโลกใบนี้